สมุนไพรไทย ว่านน้ำ จัดเป็นพรรณไม้ขนาดเล็ก และมีเหง้าเจริญไปตามยาวขนานกับพื้นดิน

สมุนไพรไทย ว่านน้ำ จัดเป็นพรรณไม้ขนาดเล็ก และมีเหง้าเจริญไปตามยาวขนานกับพื้นดิน

สมุนไพรไทย ว่านน้ำ  เป็นส่วนลำต้นใต้ดินที่เจริญเป็นแท่งยาวขนานไปกับผิวดินใต้น้ำ

สมุนไพรไทย ว่านน้ำ

สมุนไพรว่านน้ำ มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ว่านน้ำเล็ก ฮางคาวผา (เชียงใหม่), ตะไคร้น้ำ (เพชรบุรี), กะส้มชื่น คาเจี้ยงจี้ ผมผา ส้มชื่น ฮางคาวบ้าน ฮางคาวน้ำ (ภาคเหนือ), ทิสีปุตอ เหล่อโบ่สะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), แป๊ะอะ (ม้ง),ช่านโฟ้ว (เมี่ยน), สำบู่ (ปะหล่อง), จะเคออ้ม ตะไคร้น้ำ (ขมุ). แปะเชียง (จีนแต้จิ๋ว), สุ่ยชังฝู ไป๋ชัง (จีนกลาง) เป็นต้น

ลักษณะของว่านน้ำ
มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรป จัดเป็นพรรณไม้ขนาดเล็ก และมีเหง้าเจริญไปตามยาวขนานกับพื้นดิน เหง้าเป็นรูปทรงกระบอกค่อนข้างแบน ลักษณะเป็นข้อ ๆ มองเห็นชัด ผิวนอกเป็นสีน้ำตาลอ่อนหรือสีน้ำตาลอมชมพู มีรากฝอยเป็นเส้นเล็กยาวติดอยู่ทั่วไป
ว่านน้ำ เป็นส่วนลำต้นใต้ดินที่เจริญเป็นแท่งยาวขนานไปกับผิวดินใต้น้ำ มีลักษณะกลมยาว เจริญเป็นข้อๆ มีสีขาวออกน้ำตาล มีรากฝอยแตกออกบริเวณข้อ
ใบว่านน้ำ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับกันซ้ายขวาแบบทแยงกัน ใบแตกออกมาจากเหง้าเป็นเส้นตรงและยาว ลักษณะของใบเป็นรูปเรียวแหลม ปลายใบแหลม แผ่นใบเรียบ มองเห็นเส้นกลางใบได้ชัดเจน ใบมีกลิ่นหอม เมื่อแตกออกจากเหง้าจะพับตีบ และค่อยๆแผ่ออก คล้ายว่านหางช้าง
ดอกว่านน้ำ และผล ดอกแทงออกเป็นช่อ บริเวณก้านใบ มีลักษณะเป็นแท่ง มีลักษณะสีเขียวอ่อนออกเหลืองเมื่ออ่อน และเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมน้ำตาลจนถึงน้ำตาลแดงเมื่อแก่ ทรงดอกมีรูปร่างคล้ายธูปหรือผลดีปลี มีก้านดอกใหญ่ ดอกประกอบด้วยเกสรตัวผู้ และเกสรตัวเมียในดอกเดียวกัน ผลที่สุกจะออกสีน้ำตาลแดง ประกอบด้วยเมล็ดขนาดเล็กที่เจริญจากหลายรังไข่ในดอกเดียว
เหง้าว่านน้ำ มีลักษณะคล้ายข่า รูปทรงกระบอก ค่อนข้างแบน ภายนอกมีสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลอมชมพู มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรากเล็กเป็นฝอยๆแตกออกบริเวณเหง้า
ผลว่านน้ำ ผลเป็นผลสดขนาดเล็ก ผลมี 2-3 เซลล์ ลักษณะคล้ายลูกข่างหรือปริซึม ปลายบนคล้ายพีรามิด ผลเมื่อสุกจะเป็นสีแดง ภายในมีเมล็ดจำนวนน้อย ลักษณะของเมล็ดเป็นรูปรี

สรรพคุณว่านน้ำ
เป็นยาขับลม ยาหอม
แก้ธาตุพิการ
เป็นยาขมช่วยเจริญอาหาร
ช่วยอาการท้องเสีย อาหารไม่ย่อย และอ่อนเพลีย
แก้ไข้มาลาเรีย
แก้หวัด หลอดลมอักเสบ
แก้เจ็บคอ
แก้ปวดฟัน
เป็นยาระบาย
แก้เส้นกระตุก
ช่วยบำรุงหัวใจ
แก้หืด แก้เสมหะ
แก้ปวดศีรษะ
แก้ลงท้อง
แก้ปวดตามข้อและกล้ามเนื้อ
แก้บิด แก้ไอ แก้ปวดท้อง แก้จุกเสียด
แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อ แน่นจุกเสียด
ช่วยย่อยอาหาร
แก้โรคกระเพาะอาหาร
บำรุงธาตุน้ำ
แก้ข้อกระดูหักแพลง
ขับพยาธิ
แก้โรคลม
แก้ไข้จับสั่น
บำรุงประสาท
แก้โรคผิวหนัง

แหล่งกำเนิดอาจพบในทวีปยุโรปเกือบทั้งหมด (ยกเว้นสเปน รัสเซียตอนเหนือ) จากตะวันออกกลางไปทางตอนเหนือ ลงมาตอนใต้ที่ไซบีเรีย, จีน, ญี่ปุ่น, พม่า, ศรีลังกา, อินเดีย และอเมริกาทางตอนเหนือ ที่พบกำเนิดในอเมริกา ใช้ชื่อ Acorus americanus มีโครโมโซมเป็น Diploid แต่ที่พบในจีนและอินเดีย เป็น Triploid ไม่ติดเมล็ด เป็นไม้น้ำขึ้นในพื้นที่ชื้นแฉะหรือแหล่งน้ำตื้น บริเวณขอบ สระ บ่อ คูคลอง และแหล่งน้ำอื่น ๆ มักเจริญเติบโตปะปนกับพรรณไม้น้ำอื่น ๆ โดยเฉพาะกก หรือปลูกเดี่ยว ๆ ในอ่างน้ำหรือริมน้ำ
ในไทยว่านน้ำพบได้ในทุกภาค แต่พบมากทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และบนที่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,200 เมตร แถบจังหวัดเลย โดยมักพบบริเวณริมลำห้วย ริมลำธาร หรือริมหนองน้ำ ประเทศไทยพบว่านน้ำที่นำเข้าจากต่างประเทศอีก 2 ชนิด คือ A. pusiilu และ A. gramineus ซึ่งเป็นว่านน้ำที่นำเข้าเพื่อใช้ปลูกในตู้ปลา

การขยายพันธุ์ ว่านน้ำโดยการแยกหน่อ
การปลูกว่านน้ำ ปลูกได้ดีในที่ชื้นแฉะ มีน้ำท่วม ริมบ่อน้ำ ปลูกโดยการตัดต้นพันธุ์หรือเหง้าให้มีข้ออย่างน้อย 1 ข้อ ปักชำในกระบะทรายก่อน พอเริ่มงอกจึงย้ายว่านน้ำไปปลูก หรือนำท่อนพันธุ์ไปปักประมาณ 1 สัปดาห์ จะเป็นใบอ่อนแตกออกมา ว่านน้ำเป็นพืชที่ชอบแสงแดดรำไร เจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝน เมื่อเข้าปลายฤดูฝนเหง้าจะเริ่มมีใบแห้ง เริ่มจากเหง้าข้อที่ 1 ไปเรื่อยๆ ถ้าขาดน้ำในช่วงนี้เป็นเวลานาน เหง้าอาจจะแห้งตายได้แต่ถ้ามีน้ำอยู่ เหง้าก็ยังคงสดอยู่และแตกรากและใบใหม่ต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *