สมุนไพรไทยพื้นบ้าน กระเจี๊ยบเขียว ช่วยในเรื่องการขับถ่ายเป็นอย่างดีและบรรเทาอาการอย่างอื่นเป็นอย่างดี

สมุนไพรไทยพื้นบ้าน กระเจี๊ยบเขียว ช่วยในเรื่องการขับถ่ายเป็นอย่างดีและบรรเทาอาการอย่างอื่นเป็นอย่างดี

สมุนไพรไทยพื้นบ้าน กระเจี๊ยบเขียว นอกจากจำนำมาปรุงอาหารได้ยังช่วยบรรเทาอาการได้อีกด้วย

สมุนไพรไทยพื้นบ้าน กระเจี๊ยบเขียว

กระเจี๊ยบเขียว หรือกระเจี๊ยบมอญ เป็นผักที่หลายคนชอบรับประทาน เพราะไม่ว่าจะลวก ย่าง หรือนำไปผัด กระเจี๊ยบเขียวก็มีรสชาติที่เด็ดขาด อร่อยจนหลายคนกินได้แบบไม่ยั้ง ทั้งที่ยังไม่รู้ชัดว่าประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียวดียังไง วันนี้เราเลยมาเปิดสรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวให้หลายคนได้รู้จัก มาดูซิว่ากระเจี๊ยบเขียว สรรพคุณนั้นเลิศจริงหรือเปล่า
กระเจี๊ยบเขียว กับความเป็นมา

กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศเอธิโอเปีย แต่ก็พบกระเจี๊ยบเขียวได้ในแถบศูนย์สูตรของทวีปแอฟริกา อียิปต์ หมู่เกาะอินเดียตะวันตก และเอเชียใต้ ทั้งนี้กระเจี๊ยบเขียวเติบโตได้ดีในเขตร้อนและอบอุ่น ในบ้านเราจึงสมารถปลูกกนะเจี๊ยบเขียวได้ทุกภาค

กระเจี๊ยบเขียวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abelmoschus esculentus (L.) Moench. อยู่ในวงศ์ Malvaceae โดยนอกจากชื่อกระเจี๊ยบเขียวแล้ว ยังมีชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกระเจี๊ยบเขียวด้วย เช่น กระเจี๊ยบขาว กระเจี๊ยบมอญ มะเขือมอญ มะเขือพม่า มะเขือทวาย มะเขือละโว้ ถั่วส่าย เป็นต้น

ผักรสชาติดีอย่างกระเจี๊ยบเขียว นอกจากจะนำไปทำเมนูอาหารได้หลากหลายแล้ว สรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวยังดีต่อสุขภาพสุด ๆ ไปเลยนะ รู้เปล่า

กระเจี๊ยบเขียว หรือกระเจี๊ยบมอญ เป็นผักที่หลายคนชอบรับประทาน เพราะไม่ว่าจะลวก ย่าง หรือนำไปผัด กระเจี๊ยบเขียวก็มีรสชาติที่เด็ดขาด อร่อยจนหลายคนกินได้แบบไม่ยั้ง ทั้งที่ยังไม่รู้ชัดว่าประโยชน์ของกระเจี๊ยบเขียวดียังไง วันนี้เราเลยมาเปิดสรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวให้หลายคนได้รู้จัก มาดูซิว่ากระเจี๊ยบเขียว สรรพคุณนั้นเลิศจริงหรือเปล่า

กระเจี๊ยบเขียว กับความเป็นมา

กระเจี๊ยบเขียว เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศเอธิโอเปีย แต่ก็พบกระเจี๊ยบเขียวได้ในแถบศูนย์สูตรของทวีปแอฟริกา อียิปต์ หมู่เกาะอินเดียตะวันตก และเอเชียใต้ ทั้งนี้กระเจี๊ยบเขียวเติบโตได้ดีในเขตร้อนและอบอุ่น ในบ้านเราจึงสมารถปลูกกนะเจี๊ยบเขียวได้ทุกภาค

กระเจี๊ยบเขียวมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Abelmoschus esculentus (L.) Moench. อยู่ในวงศ์ Malvaceae โดยนอกจากชื่อกระเจี๊ยบเขียวแล้ว ยังมีชื่ออื่น ๆ ที่เรียกกระเจี๊ยบเขียวด้วย เช่น กระเจี๊ยบขาว กระเจี๊ยบมอญ มะเขือมอญ มะเขือพม่า มะเขือทวาย มะเขือละโว้ ถั่วส่าย เป็นต้น

กระเจี๊ยบเขียว กับลักษณะทางพฤกษศาสตร์

กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชยืนต้น มีอายุประมาณ 1 ปี ลำต้นสูงประมาณ 40 เซนติเมตร ถึง 2 เมตร ตามลำต้นจะมีขนสั้น ๆ หลายสี แตกต่างกันตามสายพันธุ์ ใบเป็นแฉกคล้ายใบละหุ่งแต่ก้านใบสั้นกว่า ดอกกระเจี๊ยบเขียวจะเป็นสีเหลือง โคนดอกด้านในสีออกม่วง ๆ ส่วนฝักกระเจี๊ยบเขียวมีรูปเรียวยาว ปลายฝักแหลม ตัวฝักจะมีทั้งแบบฝักกลมและฝักเหลี่ยม ในแต่ละฝักจะมีเมล็ดประมาณ 80-200 เมล็ด ตัวเมล็ดมีลักษณะกลมรีขนาดเดียวกับถั่วเขียว

สพรรคุณของกระเจี๊ยบเขียว ดียังไง

ได้เวลามาเปิดสรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวกันแล้วจ้า

* ช่วยในการขับถ่าย

กระเจี๊ยบเขียวมีสารเมือกเฉพาะตัวและมีเส้นใยชนิดละลายน้ำและชนิดไม่ละลายน้ำอยู่ในตัว สรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวในข้อนี้จึงช่วยในการขับถ่ายได้ดีมาก ๆ โดยเส้นใยที่ละลายน้ำได้จะช่วยดูดซับสารพิษในลำไส้และขับถ่ายออกมาพร้อมอุจจาระ และทำให้ถ่ายอุจจาระง่ายขึ้น

* ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร

เมือกลื่น ๆ บนผิวกระเจี๊ยบเขียวมีส่วนช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร บรรเทาแผลในกระเพาะอาหาร โดยในปี 2547 มีการศึกษาพบว่า ในกระเจี๊ยบเขียวมีสารประกอบไกลโคไซเลต และไกลโคโปรตีน ซึ่งสารดังกล่าวมีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของเชื้อแบคทีเรียเฮลิโคแบคเตอร์ โพลิ เชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร ทำให้เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เกาะเยื่อบุผิวของกระเพาะอาหารได้ยากกว่าปกติ ความเสี่ยงในการเกิดแผลในกระเพาะอาหารก็จะลดลง

ทั้งนี้วิธีใช้ให้นำฝักอ่อนกระเจี๊ยบเขียวมาหั่น ตากแดด พอแห้งแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นตักผงกระเจี๊ยบเขียว 1 ช้อนโต๊ะ มาละลายในน้ำต้มสุก นม น้ำผลไม้ หรืออาหารอ่อน ๆ กินวันละ 3-4 ครั้งหลังอาหาร

* ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

เนื่องจากกระเจี๊ยบเขียวมีทั้งไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำ และไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้อยู่ในตัว จึงช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและคอเลสเตอรอลในเลือด ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่นั่นเอง

* เพิ่มจำนวนแบคทีเรียมีประโยชน์

สารเมือกและเส้นใยชนิดละลายน้ำได้ของกระเจี๊ยบเขียว เมื่อลงไปสู่ลำไส้ใหญ่ จะช่วยกระตุ้นให้แบคทีเรียชนิดดี (พรีไบโอติก) เจริญเติบโตได้ดี ซึ่งเมื่อในลำไส้มีพรีไบโอติกมากขึ้นก็จะช่วยลดแบคทีเรียชนิดไม่ดีในลำไส้ได้ด้วย

* รักษาโรคพยาธิตัวจี๊ด

จากการศึกษาสรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวกับการรักษาโรคพยาธิตัวจี๊ดในหนูทดลอง พบว่า สารสกัดจากกระเจี๊ยบเขียวด้วยแอลกอฮอล์สามารถลดจำนวนพยาธิตัวจี๊ดในหนูถีบจักรได้ ดังนั้นผู้ที่มีพยาธิตัวจี๊ดอาจลองกินกระเจี๊ยบเขียวเป็นผักติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อลดจำนวนพยาธิตัวจี๊ดก็ได้

* รักษาแผลสด

ยางจากผลสดของกระเจี๊ยบเขียวช่วยรักษาแผลสดได้ และอาจช่วยรักษาแผลให้หายไวโดยไม่เป็นแผลเป็น เนื่องจากกระเจี๊ยบเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดกลูต้าไธโอนค่อนข้างสูง โดยเมื่อเป็นผลสด ให้ล้างแผลให้สะอาด แล้วใช้เมือกจากฝักกระเจี๊ยบเขียวมาทารอบ ๆ แผลให้ทั่ว

* รักษาอาการแสบร้อนที่ผิวหนัง

เมือกลื่นของกระเจี๊ยบเขียวทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ตำรับยาโบราณจึงนิยมนำเมือกของกระเจี๊ยบเขียวมาพอกผิวหนังที่รู้สึกแสบร้อน

* บำรุงสตรีคลอดบุตร

กระเจี๊ยบเขียวมีสารเพคตินมาก เมื่อทานเข้าไปจะช่วยสมานแผลภายในของสตรีหลังการคลอดบุตรให้กลับมาเป็นปกติ และยังช่วยสร้างเซลล์ที่ผิวหนังไม่ให้เป็นแผลเป็น หน้าท้องไม่ลาย อีกทั้งกระเจี๊ยบเขียวยังเป็นพืชที่มีแคลเซียมสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันได้อีกต่างหาก

* ต้านมะเร็ง

สรรพคุณของกระเจี๊ยบเขียวที่ดีมาก ๆ อีกอย่างหนึ่งก็คือเป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยเฉพาะกลูต้าไธโอน ที่มีคุณสมบัติควบคุมสารอนุมูลอิสระในร่างกาย กระตุ้นการสร้างสารซ่อมแซมเซลล์ ทำปฏิกิริยาขจัดสารพิษที่เกิดในร่างกาย และช่วยต้านมะเร็งได้อีกด้วย

กระเจี๊ยบเขียวประโยชน์ดีต่อสุขภาพแบบนี้ก็อย่าลืมกินกระเจี๊ยบเขียวกันบ่อย ๆ นะคะ ไม่ว่าจะเมนูต้ม ลวก ย่าง หรือผัด ก็สามารถนำกระเจี๊ยบเขียวไปประกอบอาหารได้ตามใจชอบเลย แต่ถ้าต้องการรับประโยชน์จากไฟเบอร์ในกระเจี๊ยบเขียวอย่างเต็มที่ แนะนำให้นำกระเจี๊ยบเขียวมาหั่นซอย ผสมน้ำเล็กน้อยแล้วคนให้เหนียวไว้รับประทาน โดยไม่ต้องผ่านความร้อน แต่ถ้าทานสดไม่ได้ แค่นำมาลวกพอสุกแล้วกินแกล้มอาหารชนิดต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *